[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 1 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน

  
ความสำคัญและความเป็นมา  
 

ความสำคัญและความเป็นมาของศูนย์แนะแนว

แนวนโยบายของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาคุณธรรม จริยธรรม แสดงให้เห็นถึงจุดเน้นของรัฐ ในการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชน ให้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ความเจริญทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร การแข่งขันทางเศรษฐกิจวัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตทุกมิติของมนุษย์ และในไพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวด 1 มาตรา 6 เน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ตระหนักถึงความจำเป็นตามนัยของรัฐธรรมนูญและปัญหาสังคมพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่มีสถิติในการกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้น ดังสถาบันรามจิตติศึกษา "10 สถานการณ์ที่ต้องเอาใจใส่: เด็กและเยาวชนไทย ปี'51" ตามโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด ในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กและเยาวชน และการแนะแนว อาทิพบว่า นักเรียนมีปัญหาด้านส่วนตัว–สังคม เช่น เครียดนอนไม่หลับ ค่าเฉลี่ยประเทศ ปี 2551 ร้อยละ 27 ปี 2552 ร้อยละ 30 แม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี ที่มาทำคลอดปี 2551 (จำนวน 77,092 คน) เพิ่มขึ้นจากปี 2550(จำนวน 68,385 คน) และเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี พยายามฆ่าตัวตาย ค่าเฉลี่ย 20.44 คน ต่อประชากรแสนคน เด็กและเยาวชนเสพยาเสพติดในสถานศึกษามีถึงร้อยละ 13 นักเรียนมีปัญหาด้านการศึกษาและอาชีพ เช่น นักเรียนออกกลางคัน ร้อยละ 1.5สำหรับการวิเคราะห์ผลสอบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O–Net) ภาพรวมในวิชาหลักของนักเรียนชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 ในช่วงปีการศึกษา 2551 2553 โดย สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) พบว่า คะแนนเฉลี่ยของประเทศต่ำกว่าร้อยละ 50 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดนโยบายและมาตรการให้สถานศึกษาดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยมุ่งให้ผู้เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ด้วยการใช้กระบวนการแนะแนวเป็นแกนกลางในการส่งเสริม สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ผนวกกับการผลักดันของเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ 25 แห่งและวิทยากรแกนนำหลักสูตรการอบรมครูแนะแนวระดับสูง               (Master teacher) ในโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์เครือข่ายทั่วประเทศ พ.ศ.2553 - 2555 ที่มีความเห็นพ้องกันว่า กระบวนการแนะแนวเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่สามารถป้องกัน แก้ไข และพัฒนาผู้เรียน ให้มีทักษะในด้านการคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ตลอดจนดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นสุข จึงได้จัดทำข้อเสนอให้ประธานโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์เครือข่ายทั่วประเทศ พ.ศ.2553 – 2555 นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการแนะแนวอย่างเป็นระบบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงมอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
แผนยุทธศาสตร์การแนะแนวระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ    ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559) จะทำให้การบริหารการจัดการการแนะแนวสัมฤทธิผล ในการส่งเสริมบุคคลในทุกช่วงวัยของชีวิต โดยเฉพาะผู้อยู่ในวัยเรียนให้รู้จักตนเอง พึ่งตนเองมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรม จริยธรรม มีทักษะชีวิต อยู่ดีมีสุข พัฒนาตนเองและสังคมได้เต็มตามศักยภาพ สู่เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความสามารถ มีคุณธรรม เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมไทยและสามารถปรับตัวเป็นพลโลกได้อย่างมีความสุข

ความเป็นมาศูนย์แนะแนว  โรงเรียนยางชุมน้อยพิทยาคม

         
          ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา            ทุกเขตพิจารณาเลือกสถานศึกษาที่มีความพร้อมตามเกณฑ์ที่กำหนด จัดตั้งเป็นศูนย์แนะแนวประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตละ  1 แห่ง เพื่อเป็นแกนนำขับเคลื่อนกิจกรรมและขยายผลให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ดังนั้น โรงเรียนยางชุมน้อยพิทยาคม จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้รับคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ให้เป็นศูนย์แนะแนวประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 โดยมีภารกิจในการส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนทั้งระดับมัธยมศึกษา ขยายโอกาส และประถมศึกษาทั้งในเรื่องเชิงนโยบายและพัฒนางานแนะแนวทั้งระบบ


วัตถุประสงค์

1. เพื่อเป็นศูนย์กลางและแหล่งเรียนรู้ด้านงานแนะแนว ให้แก่โรงเรียนในเครือข่ายและจังหวัดใกล้เคียง
 2. เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านการแนะแนว ให้แก่โรงเรียนในเครือข่าย
3. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ครูแนะแนว เป็นครูแนะแนวมืออาชีพ  และครูในโรงเรียนที่เป็นศูนย์แนะแนวเป็นครูที่มีความรู้ด้านการแนะแนวเป็นครูมืออาชีพ เป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ได้
 4. เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมนักเรียนที่ปรึกษา (YC) ให้กับโรงเรียนในเครือข่าย